สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ส.ค. 11, 2022, 04:07:44 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:  
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พิธีกรรมไหว้ครู ทำขวัญเรือ เครื่องเซ่น วัฒนธรรมเรือยาวประเพณี  (อ่าน 8083 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,635


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« เมื่อ: พ.ค. 21, 2009, 18:00:28 »

รู้สึกช่วงนี้ จิตใจว้าวุ่น .. นึกถึงเรื่อง "ครูช่าง ครูเรือ แม่ย่านาง" ต่างๆ ที่เราไปก้มๆ เงยๆ ถ่ายภาพ เลยนั่งเก็บข้อมูลสักเล็กน้อย


กระทู้ที่เกี่ยวข้าง ...
> พิธีกรรมไหว้ครู งานไหว้ครูประจำปี อู่ช่างสงวน ศูนย์นพพา โดย พระมหาอัคนิน (พิราบเหลือง)
> พิธีกรรม สู่ขวัญเรือ..ทีมเรือฅนล่าฝันโชคอุทัย..ปี พ.ศ.๒๕๕๑ โดย คุณฉัตรชัย (TOT Ubonlongboat)

> เกร็ดความรู้ จาก อาจารย์ขวัญทอง  สอนศิริ (ขุนโจ้)


@" ช่างสงวน สูญนพพา เฉลิมอาสน์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  กำหนด ไหว้ครูช่าง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พ.ค. นี้ มี พระครูสุนทรคุณธาดา ( หลวงพ่อทองกลึง สุนทโร ) วัดเจดีย์หอย อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งผูกพันธ์กับทีมงานช่างสงวน มานับแต่ ทำสาวเรือ เทพถวิล ( วัดคลองภูมิ พระราม ๙ - ล่องลม ) มาเป็น เรือเทพส่องแสง ที่ลงน้ำสง่างาม จนเป็นที่เล่าขานตำนานเรือดัง  เป็น ผู้ประกาศโอการบูชาครู

........   ยมหังครูอาจาริยัง   สรณังคโต   อิมินาสังกาเรนะตัง   ครูอาจาริยังอภิปูชยามิ  .....ฯ    โอมครุเทวานะมามิ    ข้าขอยอกรชุลี    ด้วยยินดีเคารพ    คำนับนบครูผู้เฒ่า   แต่ก่อนเก่าปัจจุบัน    ครูเลขและครูยันต์ ครูว่านและครูยา   ครูตำหรับครูตำรา    ครูเวทย์มนต์ดลคาถา    ครูช่างนานา   ครูนโม กอ ขอ และกอกา   ครูอักขรขอมไทยจนจบหมด   ที่ ข้าพเจ้าและช่างสงวน  สูญนพพา  ได้เล่าเรียนศึกษามา   ข้าพเจ้าขออัญเชิญครูบาทั้งหลายนั้น      ขอเชิญมาชุมนุมประชุมกัน ณ สถานอันเป็นมงคลนี้ เทอญ........ฯ   .    ศรี ศรี วันนี้เป็นวันดี     ข้าพเจ้าตกแต่งบายศรีไว้พร้อมเสร็จ   ศรีษะ  สุกร   ไก่   เป็ด   และเหล้าขาว   ขนมต้มแดงขาวพร้อมทุกสิ่ง    มะพร้าวอ่อนน้ำหวานยิ่งโอชารส    อีกผลไม้อันเอมโอชรสโอชา    ทั้งธูปเทียนชวาลาและดอกไม้    เพื่ออุทิศถวายแด่ครูบา    ขอครูอย่าได้ละเลย    เชิญรับเครื่องสังเวยสังการะกิจ    ส่วนอุทิศจำนง    ผิวสิ่งใดประสงค์ใดคลาด     เกินหรือขาดไปบ้าง    ขออย่าสร่างซึ่งเมตตา    จงกรุณาอภัยโทษ     โปรดรับเครื่องสังเวบสรรพเหล่านี้  ณ กาลบัดนี้เทอญ.......

นิมิตตัง  สาธุรูปานัง  กตัญญูกตเวทิตา  - ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พ.ค. 21, 2009, 22:17:43 โดย ArMoo ชุมพร » บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,635


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พ.ค. 21, 2009, 18:07:37 »


ความหมายของการไหว้ครู

    ไหว้ครู เป็นคำที่คนไทยทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่รู้จักเป็นอย่างดี และรู้จักพร้อมๆ กับคำว่า  พิธีไหว้ครู ซึ่งคนไทยมักจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต และเป็นสิ่งที่ควรประพฤติปฎิบัติ เพราะเราถือว่าพิธีไหว้ครูเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของไทย เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีมีต่อครู คนไทยเป็นผู้รู้คุณคนจึงมีพิธีไหว้ครูมาช้านานแล้ว


              คำว่า "ไหว้ครู" ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่า "ไหว้ครู คือการทำพิธีไหว้ ครูบาอาจารย์" ครูบาอาจารย์หมายถึง "ความเป็นผู้รู้ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ และสามารถดูแลศิษย์ได้"


              การไหว้ครู คือการที่ศิษย์แสดงความคารวะยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการจึงพร้อมใจกันปวารณาตน รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูด้วยความวิริยะอุตสาหะ มานะ อดทน เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางของการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้ โดยทั่วไปแล้วจะพบว่ามีการไหว้ครูประเภทต่างๆ เช่น ไหว้ครูดนตรี ไหว้ครูช่าง ไหว้ครูนาฏศิลป์ แม้มวยไทย ก็มีการไหว้ครู จะเห็นว่าวิชาการต่างๆ ของคนไทยนั่นย่อมมีครูทั้งสิ้นส่วนใหญ่จะทำการไหว้ครูปีละครั้ง การที่ศิษย์ต้องเรียนกับครูนั้น จึงได้ชื่อว่า ศิษย์มีครู และคนไทยก็เป็นคนกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณจึงคิดถึงครูและมีพิธีไหว้ครู นอกจากจะแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อครูแล้วศิษย์อาจจะกระทำการอะไรบางอย่างด้วยความคิดของตนเองที่นอกเหนือจากการสอนของครู แม้ว่าการกระทำนี้จะเป็นการสร้างสรรค์ดี หรือไม่ดีก็ตามก็คือว่าเป็นการผิดครู ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ฉะนั้นการไหว้ครูจึงเป็นโอกาสให้ศิษย์ได้ขอขมาลาโทษต่อครู และมีโอกาสบอกกล่าวครูบาอาจารย์ด้วยว่า สิ่งใดที่คิดแล้วเกิดความเจริญสร้างสรรค์สิ่งที่ดีก็ขอให้เจริญก้าวหน้าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป แต่ถ้าสิ่งใดคิดแล้วเป็นสิ่งไม่ดี มีการผิดพลาดก็ขอน้อมรับไว้ การบอกกล่าวเช่นนี้เท่ากับเป็นการไหว้ครูช่วยเป็นพยาน และให้อภัยต่อศิษย์


               การ ไหว้ครูนี้นอกจากเป็นเจตนาที่มุ่งไปยังตัวครูเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที การนึกถึงตนเองเพื่อขอขมาลาโทษแล้ว ยังโยงไปสู่สังคมด้วย คือต้องการให้สังคมรับรู้ว่าเราเป็นศิษย์มีครู พิธีไหว้ครูเป็นพิธีที่แสดงให้ทุกคนรับรู้ว่า ครูของเราเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่เคารพยกย่อง พิธีนี้จึงมีผลต่อการสร้าง ความศรัทธาไปยังผู้อื่นด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างศรัทธาปสาทะให้กับศิษย์ของศิษย์ต่อไป การสร้างศรัทธามิใช่เป็นเรื่องเหลวไหล แต่เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจ นั่นคือ ถ้าผู้ใดมีความเชื่อถือผู้หนึ่งผู้ใดอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะช่วยให้ผู้นั้นมีความมั่นใจในสิ่งที่จะปฏิบัติ เช่นในด้านการเรียน ก็เกิดความมั่นใจว่า เราจะเรียนได้ดีแน่ ในเรื่องนั้น เรื่องนี้เพราะเวลาไหว้ครูนั้น ครูจะอวยพรให้กับศิษย์ พรที่ครูให้เป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนปรารถนา นั่นคือความสุขความเจริญ ความมีอนาคตกว้างไกล รวมทั้งให้มีความสามารถในการเรียนวิชาต่างๆ การมีศรัทธา จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความสำเร็จของตนเองมากขึ้น ดังนั้นการไหว้ครูจึงมีผลต่อการสร้างศรัทธาปสาทะให้กับลูกศิษย์ และแสดงว่า เราเป็นศิษย์มีครู คำว่า "ศิษย์มีครู" หมายถึง "คนเก่งที่มีครูเก่ง" นั่นคือ การไหว้ครูมิใช่ให้สังคมยอมรับรู้ว่าเราเป็นศิษย์มีครูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้สังคมยอมรับรู้เพิ่มเติมว่า ที่เราเป็นคนเก่ง และเป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะเรามี " ครูเก่ง" พิธีไหว้ครู จึงมีความหมายได้หลายนัย มีความขลัง และมีความศักดิ์สิทธ์มาก


ที่มา http://www.east.spu.ac.th
บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,635


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พ.ค. 21, 2009, 18:13:52 »



ขั้นตอนการไหว้ครู

1.  จัดเตรียมสถานที่และทำความสะอาดบริเวณที่จัดให้เรียบร้อย
2.  เชิญตำรา กระดานฉนวน เครื่องมือครู หัวโขนหรือศีรษะครู ทั้งที่เป็นเทพเจ้า เทวดา ฤาษี และคนธรรพมาประดิษฐาน เพื่อเป็นประธานตั้งไว้บนโต๊ะที่เตรียมพร้อมแล้ว
3.  นิมนต์พระภิกษุ จำนวน ๙ รูป มาทำพิธีสวดมนต์เย็นเพื่อความเป็นสิริมงคล ในบริเวณสถานที่ที่จัดไว้ในตอนเย็น และนิมนต์มาทำพิธีอีกครั้งในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเริ่มพิธีไหว้ครู
4.  จัดเครื่องกระยาบวช เครื่องสังเวย เครื่องสักการะ มีดอกไม้ ธูปเทียน

เครื่องสังเวยจะจัดออกเป็น.. ชุด คือ (แตกต่างกันตามพิธีกรรมและท้องถิ่น)

รายละเอียดสังเวย มีดังนี้
-  บายศรีปากชาม
-  มะพร้าวอ่อน
-  กล้วยน้ำ   
-  ผลไม้ ๗ อย่าง   
-  อ้อยทั้งเปลือก
-  เผือก มัน ถั่ว งา นม เนย
-  เหล้า      
-  เครื่องกระยาบวช
-  ขนมต้มแดง ขาว
-  หมาก พลู บุหรี่ ไม้ขีดไฟ
-  บุหรี่ กับ ช

- มัจฉมังสาหาร
   หัวหมูสุก, เป็ดสุก, ไก่สุก, กุ้งสุก, ปลาสุก, ปูสุก, หัวใจ ตับ หมูดิบ, ไข่ไก่ดิบ

-   เครื่องจิ้ม
-  หมูหนาม, ข้าวเหนียวหน้าเนื้อ หรือมะตะบะ
-  น้ำเย็น

5.  เชิญประธานจัดงานมาจุดธูปเทียนบูชาครู  ครูผู้ประกอบพิธีแต่งชุดขาว อ่านโองการ** เชิญครูต่างๆ มาร่วมในพิธี

    "พิธีไหว้ครู"หมายถึง การสำรวมใจระลึกถึงพระคุณของบรมครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ และพร้อมใจกันเปล่งเสียงวาจาด้วยความเคารพที่ครูผู้กระทำพิธีอ่านโองการ

6.  ดนตรีบรรเลงเพลงหน้าพาทย์แต่ละเพลงตามที่ครูผู้ประกอบพิธีจะเรียกเพลง หลังจากที่อ่านโองการเชิญครูปัธยายแต่ละองค์แล้ว
7.  ครูผู้ประกอบพิธีกล่าวถวายเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆ ที่ได้จัดมา เสร็จแล้วกล่าวลาเครื่องเซ่นสังเวย

     "พิธีมอบ" เป็นขั้นตอนที่สูงที่สุด หมายถึง การได้รับการมอบความรู้ความเป็นครู ผู้สืบทอดการอบรมสั่งสอนในสมัยที่ยังไม่มีปริญญาบัตรเป็นเครื่องกำหนดความ รู้ ครูผู้สอนวิชาช่างจะพิจารณาว่า ศิษย์คนใดมีความรู้ในวิชาเชิงช่างมีฝีมือในเชิงช่างยอดเยี่ยม จนถือเป็นแบบแผนที่ดีได้ และมีความประพฤติเรียบร้อย เหมาะสมที่จะเป็นครูสืบทอดความเป็นผู้รู้ให้กับผู้อื่นได้ต่อไป  การมอบนั้น ครูผู้กระทำพิธีจะรวบรวมบรรดาอาวุธ เครื่องมือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น ขวาน .. .. รวมทั้งแบบ มัดรวมไว้ และครูจะภาวนาคาถาประสิธิ์ประสาทความเป็นผู้รู้ และส่งมัดเครื่องมือ (อาวุธ) ให้ศิษย์ได้น้อมรับ

8. ครูผู้ประกอบพิธีจะเจิมหน้าผาก ประพรมน้ำมนต์ พร้อมให้ของที่ระลึก(ถ้ามี) และกล่าวคำอวยพรให้กับศิษย์ทุกคนที่เข้าพิธีไหว้ครู
9. ศิษย์ทุกคนจะรำส่งครู ซึ่งนิยมรำโปรยข้าวตอกดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป





(ส่วนขยาย..รอ)



** ขั้นตอนพิธีกรรม ... อาจแตกต่างตามลักษณะท้องถิ่น ภูมิภาค และความสะดวกของผู้จัดฯ

เริ่มพิธีไหว้ครูและครอบครำ
- ผู้อ่านโองการและผู้ช่วยจุดธูปเทียนบูชา พระพุทธ และ บูชาครู
- ผู้อ่านโองการอัญเชิญครูเข้าที่ตั้ง โปรยข้าวตอก ดอกไม้เจิมเครื่องมือช่าง
- ผู้อ่านโองการถวายเครื่องพลีกรรม เซ่น ครู อัญเชิญครูเข้าร่าง
- ผู้อ่านโองการรับของไหว้ครูจากลูกศิษย์ และเจิมหน้าผากทีละคน
- ผู้อ่านโองการอำนวยพรแก่ลูกศิษย์ และบรรเลงเพลงถวายมือ

"โองการ"

...


ขอขอบคุณ อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ (ขุนโจ้)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พ.ค. 21, 2009, 18:35:02 โดย ArMoo ชุมพร » บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,635


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พ.ค. 22, 2009, 17:49:34 »

ประเพณีการแข่งขันเรือยาวประจำปี ทุกอาทิตย์แรกของเดือน พฤศจิกายน
บริเวณท่าน้ำวัดบางหยี คลองบางกล่ำ หมู่ที่ 4 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา


พิธีทำขวัญเรือแห่งลุ่มน้ำบางกล่ำ เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวขานมาเท่านั้นเพียงยังไม่มีใครเห็นมากับตา นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้สัมผัส



โครงการทำขวัญแม่ย่าฟื้นชีวาคลองบางกล่ำ


เสียงประทัดแตกรัวลั่นคุ้งคลองบางกล่ำ ก่อนเที่ยง 8 กันยายน2550 ที่ผ่านมา  ระหว่างฝีพายหนุ่มฉกรรจ์ทั้งหลายช่วยกันแบกเรือแข่งสามลำลงน้ำ ฝีพายเร่งเข้าประจำที่สองลำ แล้วแข่งจ้ำพาย โห่ร้องไชโยสุดเสียงเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย เรือแหวกผืนน้ำฉิวทั้งขึ้นและล่องคลองอยู่หลายเที่ยว

นับเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำขวัญเรือ  ที่จัดขึ้นในวันนั้นตามโครงการทำขวัญแม่ย่าฟื้นชีวาคลองบางกล่ำ  อุดหนุนโดยแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาประเด็นวัฒนธรรม  นอกจากชาวบ้านแล้วยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เข้าร่วมอย่าง สนใจ

พิธีทำขวัญเรือแห่งลุ่มน้ำบางกล่ำ เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวขานมาเท่านั้นเพียงยังไม่มีใครเห็นมากับตาแม้แต่ ..

สาธร ลือขจร วัย 65 ปี ลูกคลองบางกล่ำขนานแท้ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้สัมผัส "ถ้าจะเห็นอยู่บ้างคงเรียกว่า กาดเรือหรือเซ่นเรือ แต่ไม่ใช่ทำขวัญ การทำขวัญไม่เคยเห็นได้ยินเขาพูดกันมา" สาธรเล่า  การเซ่นเรือที่ว่า เป็นเพียงพิธีกรรมพื้นๆ แบบการเซ่นไหว้เจ้าที่  มักทำในโอกาสนำเรือออกแข่ง  สมโภช นันทวงศ์  ผู้จัดโครงการทำขวัญแม่ย่าฟื้นชีวาคลองบางกล่ำ ซึ่งนั่งคุยร่วมวงอยู่ด้วยเสริมว่า การทำขวัญเรือเป็นเพียงตำนาน จึงอยากจะฟื้นฟู อย่างน้อยจะได้เป็นตัวอย่าง  เขาหวังว่าถ้าท้องถิ่นหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  จะปลุกกระแสฟื้นอดีตสืบสานประเพณี ทำให้รักบ้านบ้านเกิดเมืองนอน เกิดความสามัคคีในหมู่คณะได้มากกว่านี้

"วิถีชีวิตของคนแถบนี้ยังกินอยู่กับคลองแม้ไม่เหมือนเดิม" สมโภชเล่า คำว่าไม่เหมือนเดิม นั้นหมายถึงคลองที่เคยใสจนเกือบเห็นก้นคลองมาก่อนนั้น บัดนี้เกิดมลภาวะขุ่นคล้ำเน่าเสีย  กุ้งปลาที่เคยชุกชุมก็หายไป  วิถีคนที่เคยได้พึ่งพาสายน้ำก็เปลี่ยนตามทุกวันนี้ต้องหาเงินมาซื้อกุ้งปลากินในราคาแพงแทน

พิธีทำขวัญเรือเริ่มต้นประมาณเก้าโมง บริเวณใต้ร่มไม้ ริมท่าน้ำวัดบางกล่ำ หรือวัดชลธาราวาส  มองเห็นเรือสามลำวางสง่าอยู่บนคาน  บนโต๊ะเครื่องสังเวย เครื่องบูชาครบถ้วน ดอกไม้ ชุดบายศรี  ผลไม้หลายอย่างวางอยู่บนพาน มะพร้าว  สับปะรด  ส้มโอ แก้วมังกร แอปเปิ้ล สาลี่  กล้วยส้ม อาหารคาวมีหัวหมู เป็ด ไก่  ปู  ปลา เป็นต้น โยงสายสิญจน์ไปหัวเรือผูกผ้าสีน้ำเงิน เหลือ แดง  วางดอกไม้  น้ำ และเหล้าโรง  พร้อมจุดธูป 5 ดอกบูชาแม่ย่านาง

ตามหลักการจัดบูชาแม่ย่านางอาหารคาวมี ข้าว ไก่ เป็ด กุ้ง ปลามีหัวมีหาง เป็นต้น  ของหวาน เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวแดง ซาลาเปา ขนมจันทร์อบ ขนมเม็ดขนุน  ผลไม้ เช่น มะพร้าวอ่อน กล้วยหอม สัม ทับทิม ผลไม้ตามฤดูกาลยกเว้นแต่ผลไม้ที่ชื่อไม่เป็นสิริมงคล เช่นมังคุด พุดทรา ละมุด ลางสาด นอกจากนั้นยังต้องมีหมากพลู  ธูป เทียนเป็นเครื่องบูชา
ก่อนเริ่มพิธีกรรม วิจิตร ชูมณี  หมอผู้ประกอบพิธีให้ความรู้ว่าปกติชาวใต้ จะมีการทำขวัญอยู่แล้ว ไม่ว่าตอนเกิด ตอนบวช  แต่การทำขวัญเรือไม่ค่อยได้เห็นนัก  จึงเล่าตำนานการสร้างเรือในครั้งอดีตกาล เพื่อชี้ให้เห็นว่าเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เข้าใจ

วิจิตรเล่าว่า จากการค้นคว้าทำให้ทราบว่าการสร้างเรือครั้งแรกเกิดที่อินเดีย...
เรื่องโดยสังเขป มีอยู่ว่าในสมัยพระเจ้าพรหมทัต ก่อนพุทธกาล  ปรากฏว่ามีธิดาของกษัตริย์ราชวงศ์หนึ่ง ผู้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้แต่ต้นว่าเมื่อใดสิ้นชีวิตลง เมื่อนำศพพระนางไปพระราชทานเพลิงตรงไหนให้บังเกิดเป็นต้นไม้ขึ้นมาสักต้น ที่นำไปใช้ประโยชน์โดยเฉพาะมนุษย์ทั่วโลกยามนั้นไม่สะดวกในเรื่องยานพาหนะ เดินทาง

พระธิดาเกิดรักใคร่ชอบพอกับคนใช้ในวัง จนต้องหนีออกจากวังไปอยู่ด้วยกันฉันท์สองสามีภรรยากลางป่า อยู่มาวันหนึ่งพระธิดาถูกนายพรานยิงด้วยลูกธนูอาบยาพิษขณะออกไปตักน้ำริม คลองจนสิ้นใจ ฝ่ายสามีคอยอยู่ไม่เห็นกลับมาตามไปก็พบว่าสิ้นพระชนม์แล้ว ก็ฝังเอาไว้ริมคลอง  บริเวณนั้นได้เกิดต้นตะเคียนทอง ตามแรงอธิษฐานและเทพบันดาล

ครั้นพระเจ้าพรหมทัตต้องการสร้างเรือ พระที่นั่ง ได้พบไม้ตะเคียนทองมีสัญญาณเทวดา  ก็ให้ทหารมุ่งหน้ามาถึงต้นตะเคียนทองต้นแรกนั้น ตัดมาเป็นท่อนมาให้นายช่างต่อเรือส่วนที่เหลือนำมาเป็นส่วนประกอบต่างๆในลำ เรือ  นับเป็นเรือลำแรกของโลก  ตะเคียนทองนั้นนับเป็นแม่นางเรือรี  แม่ย่านางเรือ อันศักดิ์สิทธิ์ ที่นับถือของชาวเรือมาจนปัจจุบันแม้จะมีการใช้ไม้ชนิดอื่นมาทำเรือก็ตาม

มีความเชื่อเกี่ยวข้องกับเรืออยู่มากทีเดียว อยู่ในวิถีชุมชนริมน้ำทุกวันนี้  ก่อนออกเรือจะต้องทำพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านาง  ให้แคล้วคลาดจากอันตราย และสิ่งเลวร้ายทั้งปวง และขอให้ประสบความสำเร็จในกิจการของตน มีโชคมีลาภ เจ้าของเรือต้องจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้วางไว้ที่หัวเรือ นำผ้า 3 สี หรือ 5 สี ผูกที่โขนเรือ หรือแขวนพวงมาลัยที่โขนเรือ ส่วนดอกไม้ช่อใหญ่สอดไว้ด้านบนของผ้าที่ผูกหัวโขนเรือ  ต่อจากนั้นจุดธูป กล่าวคำบูชาแม่ย่านาง ว่า "ขอเชิญแม่นางเรือรี แม่ศรีคงคา แม่ศรีตะเคียนทอง สิ่งสถิตทั้งหลายที่สถิต ณ เรือนี้ เชิญมาสู่เรือวันนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลให้คุ้มครองเรือให้ ปลอดภัย..."หรือ "โอม แม่ย่านาง ตัวแม่ชาติโรชาติ ลูกขอเชิญแม่ย่านางจงคุ้มครองให้ลูกผู้ร่วมมาด้วย ให้ปลอดภัยตลอดทั้งวันด้วยเถิด สาธุ" จุดธูปปักบนโขนเรือ จากนั้นจึงจะเคลื่อนเรือออกพร้อมจุดประทัด เรือออกจากท่ารอจนกว่าธูปหมดจึงลาของไหว้

เชื่อกันว่าแม่ย่านางศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของเรือและผู้ร่วมงานจึงต้องปฏิบัติอย่างเคารพหลายประการ เช่น  ทุกครั้งที่ออกเรือต้องทำพิธีกรรม  ,ก่อนนำเรือลงจากคานหรือทำบุญในโอกาสต่างๆ ควรเปลี่ยนเครื่องสำอางของแม่ย่านาง ,สีผ้าที่ผูกโขนเรือ ต้องถูกใจแม่ย่านาง ,ต้องดูแลหัวเรือให้สะอาด เชื่อว่าแม่ย่านางเป็นผู้หญิงรักความสะอาด ,เมื่อนำเรือออกไปถึงเวลารับประทานอาหาร ต้องจัดอาหาร 1 ชุด พร้อมน้ำ 1 แก้วเซ่นไหว้แม่ย่านาง และการซ่อมเรือต้องบอกกล่าวแม่ย่านาง

"ต้นไม้ทุกต้นมีชีวิต มีเปลือก กะพี้ แก่น  ศาสนาก็เช่นเดียวกัน ถ้าต้องการหาแก่นต้องตั้งจิตอธิษฐาน" วิจิตรเล่า ก่อนจะเข้าสู่บทสวดทำขวัญ

"โย พุทธโธ อันว่าองค์สมเด็จพระสัญเพชรพทุธองค์ ..."ต่อด้วย สวดโองการแบบทำขวัญแม่ย่านาง " ศรี ศรี สวัสดิภัทตะมงคล ฮึ วันนี้ เป็นวันดี ดิถีโชคนัคสะสุขโยคใช้อยู่กลบาท..."
หลังบทสวดในพิธีกรรมหลักผ่านพ้น หมอผู้ประกอบพิธีผูกผ้า 3 สี เสียบดอกไม้ ที่โขนเรือ เจิมแป้ง ปิดทอง  เครื่องสำอางและเครื่องใช้อื่นๆเก็บไว้ให้แม่ย่านาง เชื่อว่าแม่ย่านางต้องใช้เครื่องสำอาง ผ้าถุง เสื้อ ผ้าเช็ดตัว กระจก แป้ง หวี กำไลมือ ตุ้มหู เข็มขัด ลิปสติก ดินสอเขียนคิ้ว แหวน ฯลฯ  เครื่องเหล่านี้จะบรรจุอยู่ในกล่องเก็บไว้ในที่ควร มีการเปลี่ยนใหม่ปีละครั้ง หรือหลังซ่อมเรือเท่านั้น
เด็กหนุ่มอาสาสมัครฝีพายประจำวัดบางกล่ำรวมกลุ่มเฮฮา สนุกสนานตามวิถีอันงดงามแห่งท้องถิ่นที่ยังดำรงอยู่  ทั้งแอบแซว  พูดหยอกล้อกันบ้าง อย่างมีความสุข ยิ่งเห็นแขกต่างถิ่นมาเยือน

หมอประกอบพิธีนำฝีพายเข้าสู่พิธีสร้างขวัญกำลังใจเป็นการเฉพาะ  นับช่วงเวลาเตรียมตัวฝึกซ้อมสำหรับพวกเขาเพื่อวัดฝีมือกับคู่แข่งต่างหมู่ บ้านอีกครั้งในอีกสองเดือนข้างหน้า  หลังเลิกเรียน เสร็จภารกิจของงาน ทุกวันเด็กหนุ่มเหล่านี้ต้องมาลงฝีพายพร้อมกันด้วยระยะทางราว 10 กิโลเมตร  หลายคนในทีมเคยได้รับการคัดเลือกไปแข่งในนามจังหวัดสงขลามาแล้ว  หมอผู้ประกอบพิธีสร้างขวัญเพื่อชัยชนะพร้อมกับให้พรผู้เข้าร่วมพิธีทั้ง หลาย  ประพรมน้ำมนต์ แจกจ่ายแป้ง  ลาของไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล
ก่อนได้เวลาจุดประทัด ฝีพายแบกเรือลงน้ำ...

วิจิตร ชูมณี เล่าหลังพิธีกรรมว่าในพิธีทำขวัญเรือจะเชิญเทวดาอารักษ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมาช่วยคุ้มครองป้องกัน  เรือมีความสำคัญ เพราะการจะเป็นเรือลำหนึ่ง มีส่วนประกอบมากมาย ทั้งสิ่งที่จะนำมาสร้าง นายช่างผู้มีความสามารถในศิลปะการต่อเรือ  มีภูมิปัญญาของช่าง
"คนกับเรือแยกกันไม่ออก  เพราะเกี่ยวกับการเดินทางและอาชีพ คนที่อยู่ใกล้น้ำต้องมีเรือกันทั้งนั้น  แม้แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยยังให้ความสำคัญ จะเห็นได้จากพิธีเสด็จทางชลมารค และการอุปถัมป์ประเพณีแข่งเรือในที่ต่างๆมาโดยตลอด  ชาวบ้านจึงควรอนุรักษ์สิ่งนี้ไว้ จะทิ้งเสียไม่ได้"

ประเสริฐ  รักษ์วงศ์แกนนำแผนสุขภาพสงขลา ประเด็นวัฒนธรรม  เล่าว่า การทำขวัญเรือ มักจะทำใน 2 กรณีกล่าวคือ เมื่อสร้างเรือเสร็จ หรือเรือขึ้นคานซ่อมใหญ่ เมื่อซ่อมเสร็จจะต้องทำขวัญ  อีกกรณีหนึ่งคือเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับเรือลำนั้น อย่างเช่นเกิดเรือชน มีผู้เสียชีวิต เชื่อว่าจะต้องมีผีร้ายหรือวิญญาณร้ายมาคอยรบกวน จึงต้องขับผีร้ายออกไป



คัดลอก อ้างอิง แหล่งที่มา http://www.thaitambon.com
สำนักงาน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดสงขลา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พ.ค. 22, 2009, 18:01:56 โดย ArMoo ชุมพร » บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
nong - Nonthaburi
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: พ.ย. 09, 2009, 21:16:26 »

จะทำขวัญแม่ย่านางเรือที่บ้าน เป็นเรือเล็ก 9 ฝีพายค่ะ ต้องทำอย่างไรแล้วต้องเตรียมอะไรบ้างค่ะ
ท่านผู้รู้ช่วยกรุณา บอกด้วยนะค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
                          .............. ขอบคุณค่ะ  ยิงฟันยิ้ม.........
บันทึกการเข้า
---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,570


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #5 เมื่อ: พ.ย. 10, 2009, 06:00:04 »

จะทำขวัญแม่ย่านางเรือที่บ้าน เป็นเรือเล็ก 9 ฝีพายค่ะ ต้องทำอย่างไรแล้วต้องเตรียมอะไรบ้างค่ะ
ท่านผู้รู้ช่วยกรุณา บอกด้วยนะค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
                          .............. ขอบคุณค่ะ  ยิงฟันยิ้ม.........



แตกต่างกันไปค่ะ
บางที่นับถือผีก็ไหว้แม่ย่านางเรือ
บางแห่งนับถือพรหมก็เชิญหมอขวัญ บางถิ่นนับถือพระก็ทำบุญเลี้ยงพระขอพร
ส่วนใหญ่ของไหว้หลักๆที่เห็นกันบ่อยๆก็มี
กล้วย ข้าวตอก อาหารคาว อาหารหวาน หมากพลู บุหรี่เหล้า นม ไข่ต้ม
ดอกไม้ ทูปเทียน ผ้าสี บายสีปากชาม แป้ง หวี กระจก สะไบ น้ำอบ

ลองตามลิงค์ด้านล่างนี้ไปแล้วลองศึกษาดูนะจ๊ะ

ไหว้เรือแต่ละลำที่เขื่อนระบำ  http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=2417.msg20056#msg20056
บวงสรวงเรือวัดท่าฬ่อ  http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=2730.msg23247#msg23247
บวงสรวงแม่ย่านางวัดส้มเสี้ยว http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=1971.msg17538#msg17538
บวงสรวงเรือเทพธรรมรัตน์  http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=1001.msg8109#msg8109
ทำขวัญเรือสงขลา http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=2541.0
ครอบครูวัดเกาะพันตา http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=1803.0
ทำขวัญเรือลุ่มน้ำหลังสวน http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=1424.0
บวงสรวงแม่ย่านางเรือเจ้าแม่ตาปี http://www.siamnava.com/fff/index.php?topic=2676.0


บันทึกการเข้า

dellta57
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: ม.ค. 04, 2010, 22:34:32 »

รับทราบครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!