สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ก.ย. 08, 2010, 00:12:59 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ดาวน์โหลดปฏิทินการแข่งขัน

รายชื่อเรือสนามวัดไผ่โสมรินทร์
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานเรือยาวประเพณี... จังหวัดน่าน  (อ่าน 3050 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,302


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« เมื่อ: พ.ค. 24, 2009, 15:12:29 »

ตำนานแข่งเรือ จังหวัดน่าน

     ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับประเพณีการแข่งเรือของจังหวัดน่านนั้น มีหลายกระแสและเล่าขานกันต่อกันมานานนมกาเล ว่าในสมัยโบราณนานมาแล้วเจ้าผู้ครองนครน่าน ซึ่งสืบเชื้อสายมา 64 องค์แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์ใด ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการไปตัดไม้ตะเคียนซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งและมีขนาดใหญ่โตมากมาหนึ่งคู่ที่ป่าขุนสมุน เมื่อโค่นต้นตะเคียนคู่ขนาดใหญ่ลงได้เล่าขานกันว่า ส่วนตอที่ตัดออกไปนั้น สามารถจัดวางขันโตกเพื่อเตรียมอาหารให้กับบรรดาสล่า(ช่าง)ที่มาช่วยกันทำงานได้ถึง 100 โตก ส่วนลำต้นนั้นเมื่อโค่นลงมาแล้วก็ให้บรรดาสล่านับร้อยคนช่วยกันตกแต่ง ถาก และขุดเป็นรูปเรือที่มีขนาดใหญ่โตมาก 2 ลำ ใช้เวลาอยู่กลางป่าเกือบสองปีเมื่อเสร็จก็ใช้ช้างหลายสิบเชือกลากจูงออกมาจากป่ามาโผล่ที่บ้านพวงพยอม ร่องน้ำที่ชักลากจูงเรือในปัจจุบันนี้คือลำน้ำสมุน เมื่อลากจูงมาถึงแม่น้ำน่าน แล้วเจ้าผู้ครองนครน่าน ได้จัดให้มีพิธีกรรมบวงสรวงเทพยาดาประจำไม้ตะเคียนนั้นและบายศรีสู่ขวัญอัญเชิญเรือทั้งสองลำลงสู่แม่น้ำน่าน และตั้งชื่อเรือลำแรกว่า "เรือท้ายหล้า" และเรือลำหลังมีชื่อว่า "เรือท้ายทอง" ต่อมาเจ้าผู้ครองนครน่านจึงได้ป่าวประกาศโดยทั่วให้ชาวบ้านชาวเมืองเอาเรือทั้งสองลำเป็นแม่แบบในการสร้างเรือเพื่อนำมาใช้แข่งขันกัน โดยมีกำหนดว่าให้มีการจัดการแข่งขันขึ้นทุกครั้งที่มีงาน "ตานก๋วยสลาก" (ถวายทานสลากภัต) หมู่บ้านใดวัดใดจัดให้มีการตานก๋วยสลาก ก็ให้มีการเชื้อเชิญหมู่บ้านและวัดใกล้เคียงให้นำเรือมาแข่งขันกัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและความสามัคคี ระหว่างหมู่บ้านและวัดต่างๆ ส่วนรางวัลนั้นได้แก่หมาก เมี่ยง บุหรี่ ผลหมากรากไม้และของกินของทานในวันถวายสลากภัตนั้นเอง

     การแข่งขันไม่ได้เน้นหนักในด้านการแพ้หรือชนะ แต่เน้นด้านความสนุกสนานและความสามัคคีเป็นหลัก เมื่อมีการแข่งขันกันอย่างกว้างขวางและประพฤติปฏิบัติเป็นประจำทุกปีมาโดยตลอด จึงทำให้พฤติกรรมเหล่านี้กลายมาเป็นประเพณีการแข่งขันเรือของจังหวัดน่านในปัจจุบัน

แข่งเรือเมืองน่าน
       สามัคคีธรรมของคนต้นน้ำน่านปฐมบทและตำนานการแข่งเรือที่ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดใน สายน้ำน่านและค่อย ๆ แผ่ขยายไปจนถึงพิจิตร พิษณุโลก เมืองที่มีสายน้ำน่านและสายน้ำใจร่วมกัน ประเพณีแข่งเรือเป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่งดงามเรียบง่าย ของผู้คนที่อาศัยอยู่ตอนต้นแม่น้ำน่านซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพและความ เอื้ออาทรเกื้อกูลอุดหนุนซึ่งกันและกันและหล่อหลอมให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะ ที่ดีของชุมชนของเมืองน่านทั้งหมดจิตสำนึกนั้นก็คือพระคุณของสายน้ำน่านที่ ได้หล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิตให้ดำรงอยู่อย่างมีความสุขเกี่ยวพันกับประวัติการ สร้างอาณาจักรโยนกนาคบุรีศรีช้างแสน (เชียงแสน) เกี่ยวพันกับสายน้ำขรนที หรือแม่น้ำโขงตำนานการสร้างเมืองศรีสัตตนาคนหุตล้านช้าง และตำนานการสร้างเมืองวรนครของเมืองน่าน นั่นคือความเชื่อความผูกพันของคนที่มีวิถีชีวิตกับการเกษตรกรรมที่ต้องอาศัย สายน้ำหล่อเลี้ยง

     สายอารยธรรมของชุมชน มีความเชื่อมั่นว่าบรรพบุรุษของตนเองมาจากสายน้ำเป็นเทพหรือสัตว์ที่ยิ่ง ใหญ่ทรงมหิทรานุภาพก็คือพญามังกรจากลุ่มน้ำโขงในแดนทิเบตเมื่อผ่านมาถึง อินเดีย พุกาม สิบสองปันนา และล้านนาพญามังกรจึงเปลี่ยนเป็นนาคี หรือนาคา หมายถึงพญานาคราชนั่นเองประเพณีแข่งเรือของเมืองน่านจึงเป็นประเพณีของการ คารวะสายน้ำน่าน และบูชาบรรพบุรุษโดยแท้ พญานาคคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร แลฝนฟ้าที่ตกต้องตามฤดูกาล ยามเสียงฆ้อง กลอง ฉิ่งฉาบ และพับพาง (ม้าล่อ) ประสานดังกันเป็นจังหวะเร้าใจโขนเรือที่จำลองเป็นรูปพญานาคจึงพุ่งทะยานไป เบื้องหน้าอย่างสง่างามกลางสายน้ำน่านด้วยกำลังฝีพายของแต่ละคุ้งน้ำของแต่ ละศรัทธาหัวัด หรือของแต่ละหมู่บ้านเป็นภาพที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งของบรรดาผู้ชมที่ จ้องมองด้วยใจจดใจจ่ออยู่สองฝั่งแม่น้ำน่านนี่คือบรรยากาศยามเมื่อเทศกาล แข่งเรือแวะเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในอดีตกว่าที่จะได้เรือแต่ละลำมาเพื่อ ประโยชน์ใช้สอยหรือใช้ประชันฝีพายแข่งขันกันนั้นล้วนได้มาด้วยความยากลำบาก และเพียรพยายามอย่างยิ่งเพราะทุกขั้นตอนของการขุดเรือยาวนั้นต้องอาศัย สามัคคีธรรมของแต่ละชุมชนแต่ละหมู่บ้านเป็นเบื้องต้น เป็นการระดมสรรพกำลังต่าง ๆทั้งภูมิปัญญาอันสูงส่งและฝีมือทางเชิงช่างของสล่าผู้ขุดเรือ บ่งบอกถึงความเชื่อมั่น ความศรัทธาต่อสิ่งที่ตนเคารพบูชาอันก่อให้เกิดกำลังใจในการสรรค์สร้างความดี ความงาม และประกอบสัมมาชีพเรือแข่งเมืองน่านจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
- ประเภทเรือเล็กมีฝีพาย 30 คน
- ประเภทเรือกลางมีฝีพายไม่เกิน 40 คน และต้องไม่ต่ำกว่า 31 คน
- ประเภทเรือใหญ่มีฝีพายไม่เกิน 58 คน และไม่ต่ำกว่า 41 คน

     สมัยโบราณการแข่งเรือเมืองน่านมักจะนิยมนำไปแข่งประชันกันยามเมื่อหมู่บ้าน ใดวัดใดถวายตานก๋วยสลาก หรือทำบุญสลากภัตชุมชนที่มีเรือแข่งอยู่ก็จะนำเรือไปประชันแข่งเป็นกิริยา บุญประการหนึ่งและสนุกสนานเชื่อมความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างหมู่บ้าน ประการหนึ่งเนื่องจากความยิ่งใหญ่และรูปลักษณ์ที่แปลกตาของเรือแข่งเมือง น่านที่มีโขนเรือเป็นรูปพญานาคเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ดังนั้นในปี พ.ศ. 2498องค์การดุริยางนาฎศิลป์ กรมศิลปากร ไดมาถ่ายทำเป็นภาพยนตร์สารคดีไว้เท่าที่มีหลักฐานยืนยันสืบค้นได้ว่าประเพณี แข่งเรือของเมืองน่านมีมาตั้งแต่พ.ศ. 2460 เมื่อครั้นกรมสมเด็จพระนครสวรรค์พินิจเสด็จตรวจราชการเมืองน่านครั้นนั้น จังหวัดน่านได้จัดแข่งขันเรือยาวให้ทอดพระเนตรด้วยและเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ลงไปฟ้อนในเรือลำที่ชนะเลิศด้วย

       ปัจจุบันประเพณีแข่งขันเรือยาวของจังหวัดน่านมักจะจัดในเทศกาลทอดกฐินของ จังหวัดน่าน โดยเฉพาะงานฉลองกฐินพระราชทานหรือกฐินหลวงซึ่งจะจัดไม่เกินวันที่ 9 พฤศจิกายน ของทุกปีและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาว น่านทุกหมู่เหล่าเมื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานถ้วย รางวัลประเภทเรือใหญ่ (พ.ศ. 2526)   พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานถ้วยรางวัลประเภทเรือกลาง (พ.ศ. 2527) สมเด็จพระเทพรัตนสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลประเภทเรือเล็ก (พ.ศ 2528)ประเพณีแข่งเรือของเมืองน่านจึงเป็นการแข่งขันถ้วยพระราชทานทั้ง 3 ประเภทโดยแท้ เรือแข่งเมืองน่านในปัจจุบันรวมทั้งหมดแล้วมี 88 ลำ แยกเป็นเรือลำใหญ่จำนวน 33 ลำ ประเภทเรือกลางจำนวน 22 ลำ ประเภทเรือเล็กจำนวน 33 ลำ(สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน : 2540) ถือเป็นจังหวัดที่มีเรือแข่งมากที่สุดของล้านนา หรืออาจมีมากที่สุดของประเทศก็ว่าได้ ประเพณีแห่งความสุขประเพณีแห่งความเอื้ออาทรเหล่านี้ กำลังจะกลายเป็นอดีตเมื่อมูลเหตุของปัจจัยจากวัฒนธรรมต่างถิ่นประกอบกับความ ละโมบของกลุ่มคนบางกลุ่มที่มองและบิดเบือนประเพณีนี้ให้เป็นช่องทางธุรกิจ และเป็นเวทีการพนันขันต่อที่เกินขอบเขตการแข่งขันจึงมุ่งที่จะเอาชนะกัน อย่างเด็ดขาดสายสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของชุมชนต้นน้ำจึงถูกบั่นทอนลงไปไม่ใช่ น้อยและเรือขุดแบบดั้งเดิมอันเกิดจากภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่รู้จักทั่ว ๆ ไปว่า "เรือขี้ขะย้า" จึงถูกดัดแปลงสภาพไปจากเรือที่ต้องปะทะกับโขดหินในบางครั้ง เรือที่ต้องต่อสู้กับกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากของแม่น้ำน่านยามฤดูน้ำหลาก เรือในรูปลักษณ์เดิมจึงค่อย ๆ สูญหายไปฝีพายที่เคยเป็นลูกหลานของคนเมืองน่านที่มีชีวิตเติบโตใหญ่กับสาย น้ำน่านผู้ที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของประเพณีแข่งเรือเมืองน่านให้ยืนนานต่อไป ก็กลับกลายเป็นการเอาคนต่างถิ่นจ้างคนต่างถิ่นมาพายเรือแทน ความเป็นเสมือนหนึ่งพี่น้องของสายน้ำน่านเดียวกัน

     ความมีมิตรไมตรีต่อกันของคนในท้องถิ่นจึงลดลงอย่างน่าใจหายสิ่งที่กำลังเกิด ขึ้นนี้จึงกลายเป็นทางเลือกของมหาชนเมืองน่านทั้งมวลว่าจะเลือกสายธารแห่ง น้ำใจ สายธารแห่งมิตรไมตรี และจิตวิญญาณของคนเมืองน่าน ให้กลับคืนเป็นศักดิ์เป็นศรีของเมืองน่าน เป็นศรีของเมืองน่าน เป็นประเพณีที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เพียงแห่งเดียวของแผ่นดินล้านนาสืบไป หรือจะปล่อยให้กระแสความละโมบ ความแตกแยกความสิ้นสลายของประเพณีคู่บ้านคู่เมืองมายาวนานนี้มาบั่นทอนความ รู้รักสามัคคีของชุมชนต้นน้ำน่านลง เป็นคำถามที่คนเมืองน่านต้องช่วยกันตอบ...


ที่มา http://www.geocities.com/wipas_b/index.htm  (มีภาพสวยๆ ให้ชม)
อื่นๆ http://www.nanboat.com/history.php
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พ.ค. 24, 2009, 15:20:26 โดย ArMoo ชุมพร » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> ห้องใหญ่ Chat น้ำกระจาย
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,302


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พ.ค. 24, 2009, 15:18:18 »


การแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน
เป็นประเพณีเก่าแก่ที่บรรพบุรุษชาวน่านได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน


แม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านตัวเมืองไปยังที่ต่างๆ เรือจึงเป็นพาหนะที่ชาวน่านและเจ้าผู้ครองนครใช้ในการเดินทางไปมาหาสู่กัน และเชื่อมสัมพันธไมตรีกับหัวเมืองต่างๆ เริ่มปรากฏหลักฐานในประวัติศาสตร์เมืองน่าน เมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๒ พระยาการเมือง เจ้าเมืองวรนคร (เมืองปัว) ได้ใช้เรืออพยพขนย้ายผู้คนล่องมาตามลำน้ำน่าน เพื่อสร้างเมืองใหม่ที่เมืองภูเพียงแช่แห้ง ( บริเวณวัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอภูเพียง ในปัจจุบัน)

ชาวเมืองน่านมีความผูกพันกับ ?พญานาค? โดยมีความเชื่อว่าพญานาคจะปกป้องคุ้มครองโบราณสถาน วัดวาอาราม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ จึงขุดเรือยาวและตกแต่งหัวเรือและหางเรือตลอดจนลำเรือให้มีลักษณะคล้ายพญา นาค ปีไหนมีภาวะฝนแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลบรรพบุรุษชาวน่านก็จะนำเรือแข่งไปพายแข่งกัน ซึ่งเปรียบเสมือนกับพญานาคกำลังเล่นน้ำเพื่อขอฝนและก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ อย่างยิ่ง เพราะว่าหลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาจริงๆ

การแข่งเรือเมืองน่านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ไม่ปรากฏหลักฐานบอกไว้ มีแต่คำบอกเล่าสืบต่อกันมา และร่องรอยจากซากเรือแข่งเก่าแก่ที่ชำรุด แต่ก็มีเรือบางลำอายุร่วม ๒๐๐ ปี ยังมีสภาพดีสามารถนำลงแข่งขันได้ เช่น เรือเสือเฒ่าท่าล้อ บ้านท่าล้อ อำเภอภูเพียง ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๙, เรือเสือเฒ่าบุญเรือง บ้านบุญเรือง อำเภอเวียงสา ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๐ และ เรือคำแดงเทวี ( นางดู่งาม ) บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๐ จึึงเป็นข้อมูลเชื่อได้ว่าเรือแข่งเมืองน่านเกิดมาพร้อมกับความเป็นเมือง น่าน ผู้คนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับแม่น้ำน่าน สารธารแห่งชีวิตและจิตวิญญาณของชาวเมืองน่าน

มีเรื่องเล่าเป็นตำนานสืบทอดกันมาเกี่ยวกับการสร้างเรือแข่งต้นแบบของเมือง น่าน คือ เรือท้ายหล้า ? ตาตอง ท้ายหล้า หมายถึง เรือที่ท้ายเรือที่ยังทำไม่เสร็จ ตาตอง หมายถึง เรือที่มีตาทำด้วยทองเหลืองหรืออีกความหมายหนึ่ง คือมีตาของไม้มีนำมาขุดเรือเป็นสีทองเหลือง จากเอกสารอ้างอิงประวัติศาสตร์ที่ได้กล่าวถึง ?นครน่าน? ซึ่งเป็นเมืองนครรัฐที่เมืองต่างๆเข้ามาสวามิภักดิ์ถึง ๕๗ เมือง โดยมีเจ้าผู้ครองนครสืบราชวงศ์ติดต่อกันถึง ๖๔ พระองค์ นับตั้งแต่ราชวงศ์ภูคาเป็นปฐมสัติวงศ์จึงถึงราชวงศ์เติ๋นมหาวงศ์ ต้นตระกูล ณ น่าน เป็นราชวงศ์สุดท้าย ผู้ครองนครน่านเป็นราชวงศ์สุดท้ายไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัดว่าเจ้าผู้ครองนคร น่านเป็นพระองค์ใด มีรับสั่งให้บรรดาเสนาอามาตย์ทหารข้าราชบริพารไปตัดต้นตะเคียนที่ป่าขุนสมุน ( ป่าต้นน้ำที่อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่านในปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ ๓๐ กม. ) ซึ่งเป็นต้นไม้ตะเคียนที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่ว่าตอไม้ที่เหลือกว้างจนสามารถนำขันโตก ( ที่ใส่สำรับอาหารของคนเหนือ ) มาตั้งได้ถึง ๑๐๐ โตก แล้วให้ทหารลากออกมาที่ริมแม่น้ำน่านรอยลากทำให้เกิดแม่แม่น้ำสมุน ( แม่น้ำสาขาของแม่น้ำน่าน ) และให้น้ำไม้ตะเคียนมาขุดตกแต่งเป็นเรือแข่งเมืองน่าน ๒ ลำตั้งชื่อว่า ?เรือท้ายหล้า-ตาตอง? เพื่อให้คนเมืองน่านได้ใช้เป็นรูปแบบในการขุดเรือเพื่อใช้ในการแข่งขันเรือ ให้เป็นประเพณีเพื่อบ่มเพาะความรัก ความสามัคคี เสริมสร้างจิตใจให้มั่นคง รู้แพ้ รูชนะ รู้อภัย ให้กับลูกหลานเมืองน่าน ตราบจนถึงปัจจุบัน

การแข่งเรือประเพณีเมืองน่านในสมัยก่อน จะดัดการแข่งขันในงานประเพณี ถวายทานสลากภัต หรือชาวน่านเรียกว่า ?ตานก๋วยสลาก? ถ้าวัดของชุมชน-หมู่บ้านใดที่มีเรือแข่งมีการจัดงานประเพณี ตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้าน-ชุมชนต่างๆ ที่มีเรือแข่ง ก็จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รับกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบันอีกทั้งชุมชน หมู่บ้านก็ตั้งไม่ห่างไกลกันมาก และมักจะตั้งชุมชน-หมู่บ้านอยู่ติดกับลำน้ำน่านในขณะที่พายเรือไปก็จะตีฆ้อง กลอง ฉิ่ง ฉาบ ปาน และ เป่าแน เป็นทำนองเพลงล่องน่าน และผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะลุกขึ้นฟ้อนซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน ?ล่องน่าน? ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน รางวัลที่ได้ก็จะเป็นเหล้าขาวใส่กระบอกไม้ไผ่ ระยะหลังก็จะเปลี่ยนเป็นตะเกียงเจ้าพายุและน้ำมันก๊าด เพื่อนำไปจุดให้แสงสว่างในชุมชน-หมู่บ้านเนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีกระแส ไฟฟ้าใช้ รวมถึงธงปักหัวเรือและเริ่มวิวัฒนาการเป็นถ้วยรางวัลในปัจจุบันการแข่งเรือ ประเพณีจังหวัดน่าน ปรากฏหลักฐานอ้างอิงได้ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๖๐ เมื่อครั้งกรมสมเด็จเจ้าฟ้าพระนครสวรรค์วรพินิจฯ เสด็จตรวจราชการเมืองน่าน เจ้าผู้ครองนครน่านพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการประจำเมือง ได้จัดให้มีการแข่งเรือประเพณีให้ทอดพระเนตร เจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอุปราช พร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายเหนือได้ลงไปฟ้อนในเรือลำที่ชนะเลิศด้วย



ที่มา 203.172.238.71/m5161/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พ.ค. 24, 2009, 15:25:13 โดย ArMoo ชุมพร » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> ห้องใหญ่ Chat น้ำกระจาย
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
chownan04
แฟนคลับ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #2 เมื่อ: ต.ค. 23, 2009, 16:31:23 »

ขอบคุณครับที่นำเรื่องราวประเพณีเรือ จ.น่านมาแบ่งปัน  เร็ว ๆ นี้เชื่อว่าชมรมฯ โดยการนำของนายธีรพนธ์ วงศ์สิทธิ์ ประธานชมรมฯ จะได้เรียบเรียงรวบรวมข้อมูลมาร่วมแบ่งปันที่นี่เพื่อร่วมเติมเต็มต่อไปครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
plama
มาใหม่

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #3 เมื่อ: ต.ค. 28, 2009, 12:11:41 »

ขอบคุณที่นำเรื่องราวประเพณีเรือ จ.น่านมาเล่าขาน
ได้ช่วยสืบสานตำนานเรือเมืองน่านให้อยู่คู่ชาติไทยไปตลอดกาลครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
zaazaa157
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: มี.ค. 25, 2010, 20:09:04 »

มาเก็บความรู้ครับ  ยิงฟันยิ้ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Guitarcmu
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: เม.ย. 01, 2010, 21:47:21 »

กีตาร์กำลังจะพรีเซ้นท์ ของดีประจำจังหวัดพอดีเลยค่ะ  เรื่องประเพณีเเข่งเรือเมืองน่านเลย  ว๊าววว ดีใจจังเลยที่มาเจอบอร์ดนี้


ขอบคุณมากๆค่ะ  ^_^
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!