สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ธ.ค. 10, 2018, 13:45:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:  
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เจาะสนามการ แข่งขันเรือยาว สนามพิษณุโลก  (อ่าน 18664 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เหยี่ยวฟ้า มหาชน
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,061



« ตอบ #64 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 16:57:59 »



บันทึกการเข้า

---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,570


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #65 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 17:11:22 »


สวยสดใสค่ะพี่เหยี่ยว
บันทึกการเข้า

เหยี่ยวฟ้า มหาชน
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,061



« ตอบ #66 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 17:15:58 »






พุ่งผ้าป่า 82 พุ่ม ถวายพระราชกุศล เจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานมรดกการพัฒนาที่ยั่งยืน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แก่พสกนิกรชาวจังหวัดพิษณุโลกและใกล้เคียง ในพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดพิษณุโลก 19 กันยายน 2552 .... ต้องนี้แห่ คือ จุดกำเนิด เรือยาวประเพณีพิษณุโลก  ผ้าหม่ ผ้าป่าหัวเรือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 22, 2009, 23:09:13 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #67 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 21:59:44 »







บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #68 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:02:47 »



บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #69 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:15:31 »


พระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ( ถ้าประดิษฐาน รัตนมงคล อันเนื่องมาจากพระรัตนตรัย เรียก พระปรางค์ หาก เป็นเทวสถาน เรียก ปราค์ เฉย ๆ ) บริเวณด้านตะวันออก ในงานสมโภชพระพุทธชินราช  หรือ งานเดือน 3 จะเปิด ( ประตูบานที่เห็น ) ให้พุทธศาสนิกชน ขึ้นบันได 28 ขั้นไป นมัสการ พระทันตธาตุสุคนธเจดีย์ ( ฟันพระพุทธเจ้า ) บนพระสถูปองค์พระองค์ ปฐมเหตุของนาม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็น คตินิยมแต่อดีตในการสร้างบ้านแปงเมืองแต่โบราณกาล ต้อง เชิญพระธาตุ หรือ พระมหาธาตุ วถิตย์กลางใจเมือง ทุกราชธานี จึงมีนาม วัดมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เสมอ ( ตาม ศิลาจารึก วัดศรีชุม กล่าวว่า?.. ศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลังกาทีปมหาสามีเป็นเจ้า .. มาสถิตย์  คือ เจ้าเมืองจา .. เมืองลำพงเถิง ?สมเด็จสุ..  ที่นั้นก่อพระทันตธาตุสุคนเจดีย์มีสาม..นั้น .. ใน นครสรลวงสองแคว??
เดิมเป็น พระเจดีย์ทรงดอกบัว ( พุ่มข้าวบิณฑ์ สุโขทัย ) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงมีปฏิสังขรณ์แปลงสถาปัตยกรรมเป็น แบบปรางค์ ตามตคินิยมในสมัยอยุธยา ส่งผลให้ฐานพระปรางค์ขยายใหญ่ขึ้น ไปกระทบพระวิหารพระพุทธชินราช ทำให้ ต้องตัดห้องพระวิหารด้านหลังองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ออกไป 1 ห้อง ( สังเกตุดู ผนังด้านหลังพระพุทธชินราชจะเกือบคิดองค์พระ แม้คนยังรอดผ่านมิได้ ) สันนิษฐานว่า ทรงเกรงว่าจะเป็นปาป จึงทรง สร้าง เรือนแก้ว ( ไม้สักจำหลักลงรักปิดทอง ถวายเป็นพุทธบูชา พระพุทธชินราช )มาจนทุกวันนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 23, 2009, 00:25:32 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #70 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:16:14 »




ไก่เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง ไก่ชนบ้านกร่าง ไก่ชนพระนเรศวร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 23, 2009, 00:20:01 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #71 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:17:35 »


พระอัฎฐารส - พระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ สูง 18 ศอก ( ยกพระหัตถ์ขวา  เรียก ปางห้ามญาติ  ถ้ายกพระหัตถืซ้าย เรียก ปางห้ามแก่นจันทร์ ถ้ายกทั้งสองพระหัตถ์เรียก ปางห้ามสมุทร ) พุทธศิลป์สมัยสุโขทัย นิยมสร้างกันมากตามอารามสำคัญ  พระอัฎฐารส วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประดิษฐานอยู่ที่ วิหารเก้าห้อง ( ปรากฏแนวเสาศิลาแลง เก้าห้อง สูงใหญ่ ) ในสมัยศึกอะแซหวุ่นกี้ตีเมืองพิษณุโลก พ.ศ.2318 วิหารเก้าห้อง เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการรบ เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง ) ทรงแสดงพระมหาวีรกรรมกล้าสู้ศึกชนะแม่ทัพเฒ่าพม่ามาตลอดเวลาที่พม่าล้อมเมืองพิษณุโลกอยู่ 4 เดือน จน อะแซหวุ่นกี้ ต้องขอดูตัว เจ้าพระยาจักรี แม่ทัพไทย และกล่าวสรรเสริญไว้ว่า
?.. รูปก็งาม ฝีมือก็เข้มแข็ง อายุ 30 เศษ ก็ยังสามรถสู้กับเรา ผู้เฒ่าอายุ 72 ได้ ขอให้รักษาตัวไว้ให้ดี ภายหน้าจะได้เป็นกษัตริย์..?   อะแซหวุ่นกี้ เข้า เมืองพิษณุโลก ได้แต่เมืองเปล่าทั้งทราบข่าวว่า  เจ้าพระยาจักรี ตีฝ่ากองทหาร พม่าออกไปค่อนข้างจะปลอดภัย ทางตะวันออกผ่าน บ้านมุง  ไปตั้งมั่นที่ เพชรบูรณ์ อะแซหวุ่นกี้   ถึงกับประกาศว่า
   ? .ไทยเดี๋ยวนี้ฝืมือแข็งแกร่งนัก ไม่เหมือนไทย แต่ก่อน และ เมืองพิษณุโลกเสียครั้งนี้จะได้เสีย  เพราะฝีมือที่ทะแกล้วทหารแพ้เรานั้นหามิได้  เพราะเขาอดข้าวขาดน้ำ ขาดเสบียงอาหาร   จึงเสียเมืองและซึ่งจะมารบเมืองไทยสืบไปในภายหน้านั้น  แม่ทัพที่มีสติปัญญา และ ฝีมือเพียงเสมอเรา  และ ต่ำกว่าเรานั้น   อย่ามาทำสงครามตีเมืองไทยเลย   จะเอาชัยชนะเข้ามิได้ แม้ดีกว่าเราจึงจะมาทำศึกกับไทยได้ชัยชนะ                           จากหนังสือ ไทยรบพม่า
 มีการขุดพบ ศิลปวัตถุ พระเครื่องชื่อดังเมืองพิษณุโลก บริเวณ พระอัฎฐารส คือ พระลีลาอัฏฐารส หรือ พระยอดอัฏฐารสชินเขียวที่พบบนเศียร และพระบาท ของพระอัฏฐารสวัดใหญ่  ก่อนบูรณะ เป็น สุดยอดพระชินเขียว ยอดนิยมที่สุดของเมืองไทย ในวงการอนุรักษ์สะสมนิยมพระเครื่อง อันเป็นเรื่องพุทธศิลป์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 22, 2009, 22:42:40 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #72 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:20:43 »




พระเจ้าเข้านิพพาน  หรือ พระพุทธเจ้าของนิพพาน เป็น พระพุทธรูปตอนพระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฎิหารย์ หรือ พุทธปาฎิหารย์ ยืนพระบาททั้งสองทะลุหีบทองออกมาให้ พระมหากัสสปสักการะตามคำอธิษฐาน (พระอรหันตสาวกรูปสุดท้ายที่พระพุทธองค์ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสมปทา ให้ และเป็น เอตทัคคะ -เป็นเลิศกว่าผู้อื่นด้านธุดงค์ ) แล้วพระบาททั้งสองจึงหดกลับ เกิดเพลิงทัพย์ เตโชธาตุ ลุกขึ้นไหม้พระพุทธสรีระของพระพุทธองค์เอง  พระพุทธเจ้าเข้านิพพาน วัดพระศรีรัตนนมหาธาตุ สร้างจากศิลา สมัยอยุธยาตอนต้น องค์ใหญ่ที่สุด หนึ่งเดียวในเมืองไทย พุทธศาสนิกชน นิยมมากราบขอพร ด้วยการอธิษบานแล้ว เอาหนน้าผาก ไปจดหรือแตะสัมผัสกับพระบาททั้งสอง อธิษฐานของพรให้สำเร็จสมปราถนาดีนักแล    ปัจจุบันวิหารพระเจ้าเข้านิพพาน อยู่ทิศใต้ของวิหารรายพระวิหารพระพุทธชินราช หรือ วิหารพระศรีศาสดา ทิศใต้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 22, 2009, 22:55:42 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #73 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:24:54 »



บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #74 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:26:50 »


พระบรมรูป สมเด็จพระมหาธรรมราชา  และ พระนางวิสุทธิกษัตรย์  พระชนก -ชนนี ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระเอกาทศรถ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จเจ้าฟ้าผู้เสียสละพระชนมชีพเพื่อแผ่นดินไทย ที่ ศาลวัดนางพญา ต้นกำเนิดพระพิมพ์นางพญา และ สร้างขึ้นเฉลิมพระเกียรติพระวิสุทธิกษัตริย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 22, 2009, 22:58:13 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #75 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:30:43 »





        ... พักยก.. มะม่วง ..จี๊ดดๆ .. กันก่อน ... ซี๊ดดด...   ...น้ำลายไหล 3 หยด  อีกแล้วเรา เมื่อจเอภาพนี้ อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 23, 2009, 00:08:16 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #76 เมื่อ: ก.ย. 22, 2009, 22:35:24 »



      .. สะบาย  .. สะบาย ... ใครกันหว่า  ลงพุงเป็น ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย เลย อิอิ  วัยกำลังกินกำลังนอน ฮะ ฮ่า ...วันนี้ทีมโฆษก สวมเสื้อ ชมรมเรือยาวจังหวัดพิษณุโลก สีเทาดำ ( FBT ) ...เพราะ กลัว อาหมู  แซว  สีส้มแจ๊ดๆๆๆๆๆๆ   อิอิ  ( ปีนี้แจก คนละ 2 ตัว 2 สี ใส่ 2 วัน วันละ 1 ตัว ปีหน้า จะตัดแจก ตากล้อง พลซุ้มยิงด้วยครับพี่น้องงงงงง)



     .. นี่เลย .. รายงานสด ภาคสนาม .. สยามนาวา ... อิอิ.. บริเวณกองเลขา ฯ จะสังเกตุเห็น ผัง แผนภูมิ สายเรือ และเส้นทางโคจรเรือพร้อม ประมวลผล และแสงดเที่ยวเรือ คู่เรือที่จะพาย เที่ยวที่เท่าไร ในแต่ละรอบ ไว้ นับแต่รอบแรก รอบ 2 รอบรอง และรอบชิงชนะเลิศ ไว้ชัดเจนเป็นระบบระเบียบ สวยงามท่ก ผู้แทนและชาวเรือสามารถมาดูและตรวจสอบได้ล่วงหน้า นับแต่วันแรกของการแข่งขัน โปร่งใส เป็นธรรมภิบาล  มาหลายหลายสืบ สำหรับ กองเลขา แข่งเรือสนามพิษณุโลก .
ท่านพิราบเหลือง   หรือ หลวงตา ...อุดมการณ์ยังมั่นคง จุดยืนไม่เคยเปลี่ยน   สำหรับ เรือยาวมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ สยามประเทศ และ สยามนาวา   ขอถวายกำลังใจ พระคุณท่าน ให้ดำรงคงปณิธาน สืบสานความดี แห่งสายน้ำ สืบต่อไป  คนหยาม ฟ้าไม่หยาม  บัณฑิตชนสรรเสริญ เทพอนุโนทนา เทวดายังชื่นชม
                                      สักวันหนึ่งดอกไม้จะบานสะพรั่ง      สักวันหนึ่งคนจริงจังจะหลากหลาย
                                      สักวันหนึ่งคนดีทั้งหญิงชาย           และจะมีมากมายเต็มแผ่นดิน
                                      สักวันหนึ่งความรักคงครองหล้า       สักวันหนึ่ง ความเมตตาคงเปลี่ยมชีวิน
                                      สักวันหนึ่งคุณธรรมคงคู่ธานินทร์      และคนเรา คงไม่ แล้งน้ำใจ
                                      จงก้าวไปแม้ไฟจะไหม้โลก            จงก้าวไปแม้นโชคจะอับเฉา
                                      จงก้าวไป แม้นใครจะด่าเรา            จงก้าวไป แม้นเขาจะเฝ้านินทรา
                                      จงก้าวไป เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์     จงก้าวไปเพื่อขจัดมวลปัญหา
                                       จงก้าวไป เพื่อ งานการพัฒนา        จงก้าวไปเพื่อ ประชานาวาไทย

                                        
                          

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 23, 2009, 00:45:56 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #77 เมื่อ: ก.ย. 23, 2009, 01:35:29 »






เสาหลักเมืองพิษณุโลกสลักจากไม้มงคล 3 ส่วน ประกอบด้วย
1.ส่วน เสา โคน ถึงลูกฟัก ทำจากไม้ราชพฤกษ์
2.ท่อนลูกแก้ว ท่อนบน ทำจาไม้ชิงชัน
3.ลูกแก้วยอดบัวตูม ทำจากไม้สักตายพราย
หลวงปู่โง่น โสรโย พิจิตรเป็นผู้แกะ สลักเสาหลักเมือง
 พิธีวางศิลาฤกษ์ศาลหลักเมือง  
 วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤาภาคม 2538 เวลา 09.39 น. โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ กรุงเทพฯ เป็นประธาน
พิธีประดิษฐานเสาหลักเมือง บรรจุดวงเมืองสวมยอดหลักเมือง  วันพุธที่ 25 กันยายน 2539      เวลา 10.19 น.   สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายสวัสดิ์ ส่งสัมพันธ์ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้าเฝ้าฯ น้อมเกล้าฯ ถวายยอดเสาหลักเมืองพิษณุโลกและ แผ่นทองดวงเมืองพิษณุโลกเพื่อทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2539เวลา 17.30น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร    เสด็จฯ แทนพระองค์ใน พิธีเปิดศาลหลักเมืองพิษณุโลก วันอังคารที่ 8 เมษายน 2540 เวลา 17.40น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.ย. 23, 2009, 05:19:05 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า

ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,634


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: ก.ย. 23, 2009, 03:31:42 »



      .. สะบาย  .. สะบาย ... ใครกันหว่า  ลงพุงเป็น ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย เลย อิอิ  วัยกำลังกินกำลังนอน ฮะ ฮ่า ...วันนี้ทีมโฆษก สวมเสื้อ ชมรมเรือยาวจังหวัดพิษณุโลก สีเทาดำ ( FBT ) ...เพราะ กลัว อาหมู  แซว  สีส้มแจ๊ดๆๆๆๆๆๆ   อิอิ  ( ปีนี้แจก คนละ 2 ตัว 2 สี ใส่ 2 วัน วันละ 1 ตัว ปีหน้า จะตัดแจก ตากล้อง พลซุ้มยิงด้วยครับพี่น้องงงงงง)


หุหุ .. จองเบอร์ L ครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
daeng_aei
แฟนคลับ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 177


หลงทางยังหาเจอ หลงเธอหมดหนทาง


« ตอบ #79 เมื่อ: ก.ย. 23, 2009, 03:37:47 »

ครบทุกรสทุกชาติ หลากหลายสีสันและมุมมอง ประกอบด้วยสาระ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!