สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ส.ค. 20, 2019, 17:52:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:  
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 8 9 10 [11]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มนต์เสน่...เรือยาวโบราณ  (อ่าน 37323 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พิราบเหลือง
สัจธรรมไร้พรมแดน
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,911



« ตอบ #160 เมื่อ: มิ.ย. 25, 2010, 14:23:08 »

มาดูที่ สนามรังสิต ปี 2550 .. ศรสุวรรณ ..(ตัวเรือ..ฮืม.. ) ไม่รู้ ท่านใด?รู้ แจ้งมา ..อิอิ... กับ .. เจ้าแม่สองนาง .. ผมยังชอบเจ้ากล้องตัวนี้ อยู่เลย ใหม่ๆ มันให้สีจัดจ้านดี พอเก่าไป.. อย่างว่าแหละ .. CCD .. เริ่มล้า ... เอ้า .... ไปดูทั้งภาพนิ่ง และ ภาพไหลกัน ...



เจ้าแม่นางพญา...




ดูจากสีของตัวเรือแล้วมีความเป็นไปได้สูง





ขออภัยเจ้าของกระทู้ ว่าจะโพสอ้างถึง พลาดไปกดแก้ไขเข้าให้..เลยทำให้ภาพบางภาพ และ คลิปที่ลงไว้หายไป..
บันทึกการเข้า
บังยีฯ
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,143


ข้าฯคือ ทหารม้ารักษาพระองค์


« ตอบ #161 เมื่อ: มิ.ย. 30, 2010, 08:48:45 »

มาดูที่ สนามรังสิต ปี 2550 .. ศรสุวรรณ ..(ตัวเรือ..ฮืม.. ) ไม่รู้ ท่านใด?รู้ แจ้งมา ..อิอิ... กับ .. เจ้าแม่สองนาง .. ผมยังชอบเจ้ากล้องตัวนี้ อยู่เลย ใหม่ๆ มันให้สีจัดจ้านดี พอเก่าไป.. อย่างว่าแหละ .. CCD .. เริ่มล้า ... เอ้า .... ไปดูทั้งภาพนิ่ง และ ภาพไหลกัน ...



เจ้าแม่นางพญา...




ดูจากสีของตัวเรือแล้วมีความเป็นไปได้สูง





ขออภัยเจ้าของกระทู้ ว่าจะโพสอ้างถึง พลาดไปกดแก้ไขเข้าให้..เลยทำให้ภาพบางภาพ และ คลิปที่ลงไว้หายไป..


อ้าวว..อิอิ เอามาใหม่ .. ของมันพลาดกันได้ น่ะ ... คับทั่น ...






ศรสุวรรณ  กับ  เจ้าแม่สองนาง

เจ้าแม่สองนาง - ศรสุวรรณ.wmvDQ

บันทึกการเข้า

เหยี่ยวฟ้า มหาชน
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,061



« ตอบ #162 เมื่อ: เม.ย. 09, 2011, 17:28:04 »

......พบบทความน่าสนใจ นำมาฝากชาวเรือ.....
   
                     ?แข่งเรือ? สีสัน และ ลีลา แห่งชีวิตบนผืนน้ำ

คนไทยมีความผูกพันกับสายน้ำมาเป็นระยะเวลานานแสนนาน เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามราบลุ่มน้ำในสังคมเกษตรกรรม อาจกล่าวได้ว่าสายน้ำเปรียบเสมือนสายชีวิต สายโลหิตที่อาศัยดื่มกินและหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหาร

ประเพณีอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยที่เกี่ยวพันกับน้ำ  ประเพณีหนึ่งก็คือ ?การแข่งเรือยาว? ซึ่งมีสืบทอดกันมาตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
?หน้าน้ำ? เป็นภาษาพื้นฐานของภาคกลางที่ใช้เรียกระยะเวลาระหว่างเดือนแปดถึงเดือนสิบสองซึ่งเป็นระยะเวลาที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเอ่อสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ประมาณเดือนแปด และพอถึงเดือนสิบเอ็ดหรือเดือนสิบสองนี้จะเอ่อขึ้นท่วมล้นตลิ่ง จนทุกแห่งเจิ่งนองไปด้วยน้ำ

และ ?หน้าน้ำ? นี่เองเป็นที่มาของการจัดเทศกาลงานประเพณีการแข่งเรือยาว ที่เป็นฤดูกาลที่ชาวบ้านว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา มักจะหางานอดิเรกทำกัน ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันจัดงานประเพณีการแข่งเรือยาวขึ้น เพื่อสร้างความสนุกสนาน

การแข่งเรือเป็นการละเล่นเพื่อให้ความสนุกสนานรื่นเริง เป็นการละเล่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนบท  ประเพณีการแข่งเรือยาวจึงได้รับความนิยมมาช้านานนับศตวรรษ  และในปัจจุบันก็ยังคงมีการจัดอยู่ทุกปี  ตามวัดในต่างจังหวัด  ริมน้ำเจ้าพระยาภาคกลาง  เช่น  อยุธยา  อ่างทอง  สิงห์บุรี

ประเพณีการแข่งเรือเชื่อว่ามีมาตั้งแต่สุโขทัย  เพราะมีการกล่าวถึงไว้ในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์  ถึงประเพณีการแข่งเรือหลวงที่เรียกว่าอาศยุช  ในสมัยอยุธยาเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กวีแห่งกรุงศรีอยุธยา  กล่าวงถึงในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกตอนหนึ่งว่า

?เดือนสิบเบ็ดเสร็จสำแดง
  เรื่อกิ่งแข่งตามพิธี
  พายงามตามชลธี
  พี่แลเจ้าเปล่าเป็นดาย?

และจากคำให้การของชาวกรุงเก่ากล่าวถึงการแข่งเรือในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่าเป็นพระราชพิธีเดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสอง หรือพระราชพิธีอาศยุชคือการแข่งเรือของพระเจ้าแผ่นดินว่า

?พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาทรงเรือพระที่นั่งกิ่งลำหนึ่ง พระอัครมเหสีทรงลำหนึ่ง แข่งเรือกันแล้วโปรดให้เสนาอำมาตย์ทั้งหลายแข่งเรือกันโดยลำดับ พระราชพิธีนี้ทำกันเมื่อขึ้น 14 ค่ำ จนแรม 3 ค่ำ รวม 3 วัน พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจะทรงเครื่องขาวพระมหามงกุฎทำด้วยเงินเวลากลางคืนพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจะเสด็จลงลอยพระประทีปอุทิศถวายพระพุทธเจ้า  แล้วเสด็จลงเรือพระที่นั่งประทับยืนไปพร้อมด้วยเสนาอำมาตย์  อันประดับด้วยประทีปเสด็จรอบพระนคร มีการเลี้ยงลูกขุนและข้าราการทั้งปวง เสด็จไปพระราชทาน  พระกฐินตามพระอารามในกรุง? การพระราชพิธีอาศ-ยุชนั้นเป็นการเสี่ยงทายสำหรับพระมหานครโดยปรากฏในกฎมณเฑียรบาลว่าเรือที่พระมหากษัตริย์จะลงคือเรือสมรรถชัยและเรือมเหสีคือเรือไกรสรมุข  และมีคำเสี่ยงทายว่า  ถ้าเรือสมรรถชัยแพ้  ?ข้าวเหลือกินอิ่ม  สุขเกษมเปรมประชา? ถ้าเรือสมรรถชัยชนะจะมียุคเข็ญ

การแข่งเรือเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเมื่อล่วงมาจนถึงสมัยกรุง-รัตนโกสินทร์  ปัจจุบันการแข่งเรือ  การเล่นเรือเพลงของชาวบ้านก็ยังคงมีเล่นกันอยู่ในเทศกาล-ไหว้พระ หรืองานปิดทองพระของวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

ประเพณีการแข่งเรือเป็นการละเล่นในฤดูน้ำหลากที่ชาวบ้านว่างเว้นจากงานประจำ พอใกล้เดือน 11  ชายหนุ่มในละแวกบ้านที่วัดประจำหมู่บ้านของตนมีเรือแข่งก็จะดูคึกคักเป็นพิเศษ  ในตอนบ่ายจะได้ยินเสียงกลองรัวดังก้องไปตามคุ้งน้ำเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าถึงเวลาฝีพายประจำเรือของวัดประจำหมู่บ้านจะต้องร่วมชุมนุมกันเพื่อซ้อมพายไว้แข่งกับเรือของวัดในหมู่บ้านอื่นในเทศกาลที่กำลังจะมาถึง  เรือแข่งของวัดแต่ละหมู่บ้านถือเป็นศักดิ์ศรีของวัดของหมู่บ้าน ฉะนั้น ?เรือแข่ง? หรือที่เรียกกันว่า ?เรือยาว? ของแต่ละวัดจะได้รัยการบำรุงรักษาตกแต่งให้งดงามและอยู่ในสภาพที่พร้อมจะแข่งขันได้เสมอ

เมื่อวันแข่งเรือมาถึง  ส่วนหัวเรือและทายเรือจะประดับประดาด้วยผ้าแพร  ผ้าสี  ช่อดอกไม้  พวงมาลัย  ซึ่งจะมีทั้งดอกไม่สดและดอกไม่เทียม  ตลอดจนธูป  เครื่องเซ่นบูชาแม่ยานางประจำเรือ  ก่อนที่จะเอาเรือลงจากคานเรือบนวัดลงสู่แม่น้ำ  จะต้องมีการบอกกล่าวเซ่นไหว้กันตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปจากคนไทย ผู้กระทำพิธีต่าง ๆ  ของเรือยาวแต่ละวัด  ส่วนมากเป็นหัวหน้าผู้ควยคุมเรือซึ่งถือว่าเป็นคนสำคัญของเรือคือเป็นผู้บอกจังหวะการพายการจ้ำของฝีพายทั้งในเวลาซ้อมและเวลาแข่งขัน  ที่ให้จังหวะหรือที่เรียกกันว่า ?คนบอกยาว? จะเป็นผู้นั่ง ๆ ยืน ๆ อยู่ที่หัวสุดขอบเรือหันหน้าหาฝีพาย คือหันหน้าไปทางเรืออาจจะถือพาย หรือเป่านกหวีดคอยให้ฝีพายรู้ว่าเวลาใดควรจะเร่งฝีพายหรือพายช้าหรือเร็วเพียงใด เพื่อให้เกิดความพร้อมเพียง

ก่อนที่จะถึงเวลาแข่งขัน  หน้าวัดจะแออัดไปด้วยเรือแพและผู้คน  เรือยาวจากถิ่นต่าง ๆ จะพายขึ้นล่องพร้อมกันกับร้องเพลงเห่กันไปมา  เพื่อเป็นการแสดงตัวหรือโชว์ตัวของเรือยาว  การพายโชว์ฝีพายจะได้รับการฝึกสอนและซ้อมการพายให้งดงามด้วยการพายในลักษณะต่าง ๆ กัน

การจับคู่เรือแข่งหรือเรือยาวจะใช้การเปรียบเทียบ โดยใช้ขนาดของเรือและจำนวนของฝีพายเป็นเกณฑ์ อย่างไรก็ตามการแข่งเรือนี้นอกจะมีการแข่งเรือยาวซึ่งถือว่าเป็นเรือแข่งหลักของงานแล้ว ในบางแห่งจะมีการแข่งเรือพายประเภทต่าง ๆ และประกวดการตกแต่งเรือ  ทั้งสวยงามและประเภทตลกขบขัน  เพื่อเป็นเรือประกอบช่วยให้เกิดความสนุกสนานรื่นเริงพร้อมเพียงกันไปด้วย

จะเห็นได้ว่าการแข่งเรือเป็นการละเล่นของชาวบ้าน  ที่ต้องอาศัยทั้งความสามัคคีและความร่วมแรงร่วมใจ  ตลอดจนถึงความชำนาญ  ไหวพริบประกอบกันไป  แต่การแข่งเรือยาวของชาวบ้านทั่วไปแม้จะถือว่าเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างจริงจังก็ตามแต่เมือมีฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะต่างก็ยอมรับสภาพของตนเองอย่างนักกีฬาเพราะรู้ดีว่าเป็นการแข่งขันเพื่อความสนุกสนานและความสามัคคีมากกว่าสิ่งอื่นใด


            เมื่อการแข่งเรือสิ้นสุดลงชาวบ้านที่มาเที่ยวดูเรือแข่ง  โดยการพายเรือของตนเองมากันเป็นหมู่คณะ  ทั้งหนุ่มสาวคนแก่แม่ม่ายก็จะนำเรือมาเกาะกันเป็นหมู่  ปล่อยเรือลอยไปตามกระแสน้ำเพื่อกลับบ้าน  พวกหนุ่มสาวจะถือโอกาสเกี้ยวพาราสีกัน  โดยการร้องเล่นเพลงเรือ  บางลำก็จะมีพ่อเพลงแม่เพลง  เป็นผู้ร้องนำในทำนองพ่อสื่อ  แม่สื่อให้กับหนุ่มสาวของตน  ดั้งที่สุนทรภู่เขียนไว้ในนิราศภูเขาทองว่า


            ภายในกำแพงที่สูงตระหง่านเก่าคร่ำ


            ?มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรุข้าม                      ริมอารามเรือเรียงเคียงขนาน


            บ้างขึ้นล่องร้องเล่นสำราญ                           ทั้งเพลงการเกี้ยวกันแซ่เซ้ง


            บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ                               ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง


            มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสามเพ็ง                   เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู


            ไอ้ลำหนึ่งครึ่งท่อนกลอนมักมาก                    ชั่งยาวลากเลื่อยเจื้อยจนเหนื่อยหู


            ไม่จบบทลดเลี้ยวเหมือนเงี้ยวงู                      จนลูกคู่ขอทุเลาว่าหาวนอน?




            ในปัจจุบันภาวะทางสังคมและอิทธิพลทางวัฒนธรรมอื่น ๆ เข้ามามีสวนผลักดันให้วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป  การแข่งเรือในงานประเพณีเดือนสิบเอ็ด  เดือนสิบสองซึ่งเป็นการละเล่นของไทยที่มีมาแต่โบราณและมีความประสานสัมพันธ์สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต  เป็นประเพณีเป็นการแสดงออกถึงความสามารถทางศิลปวัฒนธรรมระดับชาวบ้านซึงนับวันจะสูญหายไปตามการเวลา


            การแข่งเรือในสมัยก่อน  แข่งเพื่อความสนุกจริง ๆ ไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยวัดใดเป็นเจ้าภาพก็จะแบ่งหมู่บ้านของตนรับผิดชอบลูกเรือหมู่บ้านละ 1 ลำบ้าง 2 หมู่บ้านต่อเรือ 1 ลำบ้าง โดยทำข้าวห่อแจกกันไป  เรือที่ชนะในการแข่งขันก็จะได้รับรางวัลเพียงพาสีต่าง ๆ มาผูกที่หัวเรือของตนเท่านั้น  บางที่ก็จะได้ชะลอมจากวัดที่เป็นเจ้าภาพแจกให้  ในชะลอมนั้นก็จะมีผลไม้มาแบ่งกันกินเท่านั้นเอง


            แต่การแข่งเรือในปัจจุบันมีการพนันขันต่อเป็นเงินทองมาเป็นปัจจัยสำคัญ  การแข่งเรือในแต่ละปี หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามีเดิมพันเป็นล้านบาทก็มี  เรือของวัดใดชนะการแข่งขันบ่อย ๆ ก็จะมีค่าตัวเพิ่มขึ้นและได้ไปแข่งต่างจังหวัดบ่อย ๆ


            การแข่งเรือเพื่อความสนุกสนานเพื่อความสามัคคีที่มีอยู่ในอดีตจึงเริ่มเปลี่ยนแปลง  เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัย  และเมื่อการเปลี่ยนแปลงไป  เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลายุคสมัย  และเมื่อการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้านั้นมาถึง  ประเพณีการแข่งเรือก็คงเป็นเพียงเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น  เพราะประเพณีนี้ขาดผู้รู้คุณค่าและไม่สนใจที่จะบำรุงรักษาไว้  และในที่สุดก็คงจะสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย

ที่มา :

จงกลนี อนะมาน.  (2536, พฤศจิกายน).  "แข่งเรือ สีสัน และ ลีลา แห่งชีวิตบนผืนน้ำ," ตรีมุข. 

               3(4) : 40-44.
บันทึกการเข้า

ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #163 เมื่อ: เม.ย. 13, 2011, 09:49:58 »

ขอบคุณกับบทความดีๆที่ผู้เขียนบอกเล่าประเพณีอันดีงาม หน้าน้ำ
มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง สำหรับผู้คนทั่วไปที่สนใจกับการแข่งเรือ 
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันปีใหม่ไทย
และถ้าคุณเหยี่ยว ไม่นำมาเสนอ ผมคงไม่ได้อ่านบทความดีๆนี้
อยากให้ช่วยเผยแพร่กันต่อๆไป ขอบคุณ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 10 [11]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!